myinterest

แอบฮา เพลงนี้

http://www.imeem.com/cozieluvmusic/music/jTt26k0W/25-hours/

ถามจันทร์

ตอนแรกฟังทำนองจากเครื่องของรูมเมท

ได้อารมณ์ เลยเปิดฟังแบบตั้งใจฟังแล้วความหมายดีแฮะ  

ฉันเคย อยากลองเป็นพระจันทร์

ลอยขึ้นฟ้าสักวัน ได้งั

เธอ จึงเข้าใจได้ทันที

บนท้องฟ้ามีแต่ฟ้า ไม่มีของดี 

อยู่บนนั้น มีแค่ดาวกับฟ้า

อยู่ตรงนี้ อาจจะดีมากกว่า

ได้ใกล้เธอ ยามผู้คนนิทรา 

ถามจันทร์ .....ข้างบนดีรึเปล่ามีแค่ฟ้ากับดาว

เคยเหงาบ้างไหม 

ฉันเองก็เคยเหงาไม่มีใคร

แต่วันนี้มี ที่รักอยู่เคียงหัวใจ 

อยู่บนนั้น มีแค่ดาวกับฟ้า

อยู่ตรงนี้ อาจจะดีมากกว่า

ได้ใกล้เธอ ยามผู้คนนิทรา  

แต่ พอฟังๆไปก็คิดได้ ว่าเนื้อร้องมันแอบน่าหมั่นไส้นิดๆนะ

ไปเกรียนพระจันทร์ ว่า  

อยู่บนนั้น มีแค่ดาวกับฟ้า

อยู่ตรงนี้ อาจจะดีมากกว่า 

อ่านะ แบบว่า มีความรัก แล้วไปอวดพระจันทร์ซะงั้น  

............................................................................. 

อันที่จริง ลองนึกๆดูแล้ว เพลงรัก ที่ ดึงเอาพระจันทร์มาเอี่ยวตอนกำลังพรอดรักหรือ

คิดถึงคนรัก ก็มีมาตั้งแต่โบราณแล้ว 

แม่เคยพาไปดูหนังเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นเป็นหนังโรง ที่เบิร์ดแสดง

 แล้วแม่ก็ซื้อเทปsound track มันมา

http://www.imeem.com/gift-kae555/music/rI0KXXVE/mp3/

 

เ อี ย ง ม า ซิ
พี่จะกระซิบ เบาเบา
อุ๊ย ไม่เอา ไม่เอา ดูนั่น
จันทร์เจ้าคอยจ้อง

ข อ ง ส ง ว น
ของน้องมิควรเสนอสนอง
อุ๊ย วุ้ย อย่ามองดิฉันสิคะ
จั น ท ร์ เ จ้ า ข า

โธ่ จันทร์เจ้าขา
ไม่เวทนาข้า...หรือว่าไร
หลบหน้าหน่อยซิเจ้าคะ
เราจะกระซี้กระซิก
ระริกระรื่น รื่น

 

 

จากเวป

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=voiceofangel&month=05-2008&date=05&group=3&gblog=3

เนื้อเพลงประมาณว่า คู่รักกำลังพรอดรักกัน

แต่ฝ่ายหญิงอายพระจันทร์แล้วก็บอกว่ให้พระจันทร์ หลบไปก่อน

(เพราะสมัยโบราณ ในตอนกลางคืนไม่มีแสงไฟสว่างมากเท่าสมัยนี้

พอคืนเดือนหงาย คนเลยรู้สึกว่า ฟ้าสว่างโคตรๆ) 

พระจันทร์ก็เซ็งดิ กรูอยู่ของกรูดีๆ โดนลากไปเอี่ยยวฉากเลิฟซีนซะงั้น (ฮา)


edit @ 7 Dec 2009 18:36:35 by คาโตเน่

ในโลกกว้าง....

posted on 24 Jun 2009 01:16 by catone in myinterest

วันนี้มาฟังนิทานกัน....  

..

..

ผู้เป็นพ่อให้ลูกชาย

เดินทางไปเรียนรู้การมีความสุขจากชายผู้มีความสุขที่ในโลก

.. 

เด็กชายเดินทางไปหาชายผู้นั้นที่คฤหาสน์หลังใหญ่ 

ในคฤหาสน์เต็มไปด้วยซุ้มตระการตามากมาย 

 

.. 

..

เมื่อได้พบชายผู้มีความสุขที่สุดในโลก

เด็กชายมิรอช้าที่จะบอกถึงวัตถุประสงค์

..

..

 พ่อข้าให้มาเรียนรู้ วิธีการจากท่าน  

ชายผู้มีความสุขที่สุดในโลก

ยื่นช้อนให้เด็กหนุ่มถือ

แล้ว เท น้ำมันลงบนช้อน 

..

ถือช้อนนี่แล้วเดินไปรอบๆคฤหาสน์ของข้า 

ระวังอย่าในน้ำมันหก 

..

..

เด็กหนุ่มหายไปครู่ใหญ่  แล้วเดินกลับมา 

ชายผู้นั้น ถามเด็กหนุ่มว่าเห็นอะไรในคฤหาสน์บ้าง 

..

เด็กชายทำท่าละอาย แล้วพูดว่า

ข้ามัวแต่ระวังน้ำมันในช้อน 

จึงไม่ได้สังเกตเลยท่าน 

..

.. 

ชายผู้นั้นจึงให้เด็กหนุ่มกลับไปเดินใหม่อีกรอบ

เมื่อกลับมาแล้วจึงถามเด็กหนุ่มอีกครั้งว่าเห็นอะไรบ้าง

..

.. 

เด็กหนุ่มบอกด้วยความตื่นเต้น

บรรยายถึงซุ้มตระการตามากมาย

หลายหลากที่ไม่เคยเห็นมาก่อน 

..

..

พูดจบแล้ว ชายผู้มีความสุขที่สุดในโลก

จึงบอกให้เด็กหนุ่มมองช้อนที่ตัวเองถืออยู่

..

..  

น้ำมันหกหายไป  ไม่มีเหลือ  

..

..

ชายผู้มีความสุขที่สุดในโลกกระซิบ 

.. 

เคล็ดลับของการมีความสุข 

คือการเดินท่องคฤหาสน์อย่างรื่นเริง 

โดยน้ำมันไม่หกหายไปจากช้อน

..

.. 

 เอามาจากนิยายเรื่อง “THE ALCHEMIST”

หรือ ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน 

ประพันธ์โดย เปาโล โคเอโย

 


edit @ 7 Dec 2009 18:40:16 by คาโตเน่

 

หลายครั้ง กระทู้ตามบอร์ดใหญ่ๆ ที่มีประเด็นร้อนแรง  หรือกระทั่ง ในสังคมexteen มีการโต้เถียงกัน

ปฏิกิริยาของเจ้าของล็อคคือ  ชอบตามไปดู-ไปอ่าน คนทะเลาะ ตามประสาไทยมุง

มาคิดๆดูแล้ว ก็เป็นนิสัยไม่ดีเท่าไหร่  ก็นั่งถามตัวเองอยู่ว่า ทำไมอ่านแล้วเครียด แต่ก็สนุกแฮะ

(มันจะสนุก ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เราเดือดเนื้อร้อนใจด้วย)

 

   

คิดๆไปคิดๆมา ความสนุกอยู่ตรงที่  วิธีการอ้างอิงเหตุผล  การใช้ภาษา หรือ สำบัติ สำนวน อะไรก็แล้วแต่

ยิงถ้าเป็นการถกเถียงกันเชิงแนวความคิด-ความเชื่อ-อุดมการณ์ 

มันยิ่งเดือด ยิ่งมันส์(กรุณาอย่าเอาเยี่ยงอย่าง)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เผอิญ การบ้านของคณะ ให้ไปอ่านบทความในบล๊อคของอาจารย์ เอาเป็นความรู้ เพื่อการประกอบอาชีพในอนาคต แลวไปเจอบทความที่น่าจะเป็นประโยชน์กับการโต้เถียงกันในอินเตอร์เน็ต

ทั้งคนที่ถกเถียงกัน และคนที่นั่งดู-นั่งอ่าน

ถ้า ได้รู้วิธีการคิด  เราอ่านเข้าถึงประเด็นกันได้มากขึ้น และได้ประโยชน์จากการอ่านข้อมูลและการถกเถียงในเน็ตมากขึ้น

การคิดเชิงวิจารณญาณ (Critical Thinking) คืออะไร?

ทำไมจึงต้องคิดเชิงวิจารณญาณ?

ปัญหา:

ทุกคนคิด:
เป็นธรรมชาติที่มนุษย์ต้องคิด แต่การคิดส่วนใหญ่ก็จะเป็นอย่างที่มันเป็น

คือมีความลำเอียง, มีความบิดเบือน, เข้าข้าง, อวิชชา-ไม่รู้ หรือการเลยลึกไปถึงความมีอคติและความรังเกียจเดียดฉันท์ที่ตามมา ....แต่ระบบการคิดที่ดีเลิศนั้นจะเกิดได้ก็ด้วยการบ่มเพาะและการฝึกฝนอย่างเป็นระบบเท่านั้น

นิยาม:

การคิดเชิงวิจารณญาณ คือศิลปะแห่งการวิเคราะห์และประเมินการคิดด้วยแนวคิดที่มุ่ง

ไปสู่การปรับปรุงวิธีคิดของตนเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

..........................................................................................................................

 

(รูปเต็มๆจากด้านบนอ่ะนะ เอามาพักตา หรือทำให้ปวดตา มากขึ้น =w=) 

คนเรามักใช้เหตุผลในการถกเถียงกัน

แต่มันก็มีเหตุผลบางอย่าง ที่ไม่เข้าท่า แฝงอยู่  อย่างไม่รู้ตัว

นี่เองอาจเป็นเหตุที่ทำให่เรา คุยกันไม่รู้เรื่องสักที

เหตุผลวิบัติ (Fallacies) 20 ประการ

 

 

อ่านแล้ว คุ้นๆ =[]=....

case ที่ว่า เจอบ่อยๆ ตามบอร์ด และ แถวๆนี้

บางทีตัวเราเองนั่นแหละ ที่ใช้เหตุผลวิบัติ (พอๆกับ ภาษาวิบัติสินะ )

ยังไม่จบ ยังมีอีก 

 

 

ใคร เจอ ข้อไหนบ้าง.....

(เจ้าของบล็อค อ่านบางข้อแล้ว ก็โดนตัวเองไปหลายดอกแฮะ

ทั้งที่เจตนา และไม่เจตนา)

 

สำหรับ ที่มาของบทความที่เป็นประโยชน์นี้

ที่มา: Bassham, Irwin, Nardone and Wallace; Critical Thinking, a Student Introduction, McGraw-Hill, N.Y. 2005 / . เดชา บุญค้ำ แปล-เรียบเรียง 2551

C 2008 Foundation for Critical Thinking Press www.criticalthinking.org

 บล็อคของอาจารย์เดชา

http://sites.google.com/site/builtenvironmentthai/index 

=w=b มีประโยชน์มากๆ  เข้าไปอ่านด้วยกันเถอะ

 

edit @ 7 Dec 2009 18:41:07 by คาโตเน่